เค.ที.แพน (KTPAN)

ผู้นำเข้าและให้บริการ รถกอล์ฟไฟฟ้า มาตรฐาน USA 

และตัวแทนจำหน่าย US BATTERY 

พร้อมให้บริการ รถกอล์ฟหลากหลายรูปแบบการใช้งาน ครบวงจร ขาย-เช่า-ซ่อม-อะไหล่-รับประกัน เชื่อถือได้กับประสบการณ์กว่า 20 ปี

รถกอล์ฟไฟฟ้า สะดวก ปลอดภัย ใช้งานง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งานได้หลากหลายเช่น สนามกอล์ฟ หมู่บ้าน โครงการอสังหา โรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล ศูนย์ประชุม สนามบิน รวมทั้งในพื้นที่จำกัดและภายในอาคาร รวมทั้งสำหรับครอบครัวและผู้สูงอายุ

เราพร้อมให้คำปรึกษาและมอบข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการของคุณ

บทความเกี่ยวกับระบบ AC – from mr.rod golf

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้ารถกอล์ฟ

สวัสดีครับ ผมไม่ได้เขียนมานานมาก เนื่องจากยังไม่มีหัวข้อน่าสนใจครับ แต่มีคำเรียกร้องให้เขียนบ้าง วันนี้เลยมีเรื่องเกี่ยวกับรถกอล์ฟมาเล่าให้ฟังครับ ถ้าพูดถึงมอเตอร์เราก็นึกออกว่าเป็นตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล ในรถกอล์ฟใช้เป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนรถ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าในรถกอล์ฟมี 2 ระบบครับ

1 ระบบ DC Motor

2 ระบบ AC Motor

ระบบ DC Motor เป็นมอเตอร์ที่ถูกใช้มาตั้งแต่เริ่มผลิตรถกอล์ฟ และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เหตุผลที่ใช้เนื่องจากว่าแหล่งจ่ายพลังงานรถกอล์ฟเป็นแบตเตอรี่ ซึ่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าแบบ DC หรือ กระแสตรง ดังนั้นหากให้สะดวกมอเตอร์ก็ควรจะเป็นกระแสตรงด้วยกัน ในรถกอล์ฟรุ่นเก่าหรือรุ่นแรกใช้แรงดัน 36 โวลท์ การควบคุมความเร็วใช้ตัวต้านทานที่เป็นขดลวดมาควบคุมความเร็วรถโดยผ่านการเลือกขนาดความต้านทานจากแป้นคันเร่งหรือเราเรียกว่า Vipor สวิทซ์ ระบบนี้ออกแบบง่ายแต่มีความสูญเสียพลังงานสูง พูดง่ายๆแบตเตอรี่หมดเร็วครับ ผู้ผลิตจึงได้พัฒนาการควบคุมความเร็วรถกอล์ฟโดยใช้ กล่องควบคุม Controller ช่างมักเรียกว่ากล่องคอนโทรล หรือ กล่องดำ มันจะทำหน้าที่รับสัญญาณจากแป้นคันเร่ง แล้วแปลงเป็นแรงดันไฟฟ้าจ่ายให้กับมอเตอร์ เราใช้ระบบนี้มาหลายปีมาก ถึงปัจจุบันผู้ผลิตได้นำเสนอระบบ AC เพื่อมาแก้ข้อเสียของระบบ DC ในระบบขนส่งไฟฟ้าระบบรางนั้นใช้ระบบ AC มานานแล้วครับ แต่ในรถกอล์ฟไฟฟ้าขนาดเล็ก เพิ่งจะเริ่มนำมาใช้ แล้วมันดีกว่ายังไง ผมสรุปให้ฟังเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

  1. ตัวเล็กให้กำลังขับสูงกว่า เมื่อเทียบกับมอเตอร์ DC มอเตอร์ DC ยิ่งต้องการกำลังสูง มอเตอร์ต้องใช้ขดลวดที่ใหญ่ขึ้นทำให้มีน้ำหนักและขนาดที่มากขึ้น มอเตอร์ AC ขนาด 5 กิโลวัตต์ ขนาดจะพอๆกับ มอเตอร์ DC ขนาด 3 กิโลวัตต์ ในอดีตราคา AC มอเตอร์มันแพงครับ แต่ปัจจุบันราคาใกล้เคียงกันกับ DC มอเตอร์แล้วครับ

  2. ความเร็วรอบสูงกว่า มอเตอร์ DC ความเร็วรอบทำได้สูงสุดประมาณ 3,000 รอบ ในขณะที่มอเตอร์ AC หมุนที่ประมาณ 5,000 รอบ แล้วมันดียังไง มันดีครับ ถ้าคุณต้องการความเร็ว มอเตอร์หมุนเร็วกว่ารถย่อมวิ่งเร็วกว่า หรือคุณต้องการกำลังเราก็ปรับอัตราทดให้สูงขึ้น ก็จะได้กำลังที่มากกว่า ตัวอย่างเช่น มอเตอร์ AC จะวิ่งได้ความเร็วสูงสุดประมาณ 40 กม./ชั่วโมง มอเตอร์ DC วิ่งได้ 23 กม./ชั่วโมง มอเตอร์ AC เราสามารถเรียกแรงบิดได้สูงกว่าด้วยการใช้อัตราทดเฟืองท้าย 16:1 (ปรกติใช้ 12:1) เห็นไหมครับว่าหากมอเตอร์หมุน 16 รอบล้อหมุน 1 รอบ ย่อมให้แรงบิดมากกว่า มอเตอร์หมุน 12 รอบล้อหมุน 1 รอบ

  3. ทนทานมากกว่า ใน DC มอเตอร์จะใช้แปรงถ่าน ข้อเสียสำคัญเลยคือแปรงถ่านเมื่อทำงานจะเกิดการสึกหรอเป็นผงฝุ่น ไอ้ผงฝุ่นนี้หากเราขาดการบำรุงรักษา คือการทำความสะอาดมันจะทำให้เกิดการลัดวงจรภายใน ทำให้กล่องคอนโทรลหรือกล่องดำพัง กล่องนี้ราคาหลักหมื่นครับเสียทีหนึ่งจ่ายไม่ใช่น้อย รถกอล์ฟบางคันกล่องนี้เสียไม่ซ่อมครับทิ้งคือว่ามันแพง แต่ AC มอเตอร์ใช้ระบบเหนี่ยวนำหรือ Induction ไม่ใช้แปรงถ่านครับ การบำรุงรักษาจึงน้อยกว่า พูดง่ายๆคือมันไม่ต้องดูแลมาก

  4. ความนุ่มนวลของรถแต่งกัน หากคุณเคยนั่งรถกอล์ฟ AC โดยไม่ติดความเคยชิน จะพบว่าความนุ่มนวลในการขับเคลื่อนรถ AC จะดีกว่า DC หากอธิบายทางเทคนิคคือ ค่าการปรับแต่งในกล่องคอนโทรลเลอร์ของ AC มีมากกว่า DC ครับทำให้ความนุ่มนวลสูงกว่า อันนี้ต้องลองครับจินตนาการยาก

มีคำถามว่าแล้วทำไม AC มอเตอร์เพิ่งจะผลิตออกมาละถ้ามันดีจริง คำตอบคือระบบ AC มอเตอร์ใช้ในรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ราคามันสูงครับ  แต่ปัจจุบันราคามันลดลงมามากตัวหัวใจสำคัญคือ กล่องคอนโทรล แต่ก่อนราคาแพงกว่าเป็นเท่าตัว ปัจจุบันราคาใกล้เคียงกันมากแล้วการรับประกันสินค้าจากผู้ผลิตก็เท่ากัน ตอนนี้ติดแต่เพียงว่ามันเป็นของใหม่ผู้ใช้ยังไม่รู้จัก แต่ต่อไป Mr.Rodgolf คิดว่ามันจะใช้แพร่หลายครับ มีอีกคำถามหนึ่งว่าแล้วมันมีข้อเสียไหม มีครับมีดีก็ต้องมีเสีย เนื่องจากมันเป็นเทคโนโลยีใหม่ช่างที่ดูแลรักษาอาจยังไม่รู้จักมันว่าต้องบริการมันยังไง แต่อย่างที่แนะนำไว้ครับ ต่อไปมันก็ใช้กันแพร่หลาย ขึ้นอยู่กับเราจะมองอย่างไรเทคโนโลยีเก่าแต่แน่นอน หรือใช้เทคโนโลยีใหม่ดีกว่าแต่ต้องเรียนรู้ที่จะต้องดูแลรักษา